วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2009/2552

วันฉลองเทิดทูนไม้กางเขน

พระเยซูเจ้าทรงสนทนากับนิโคเดมัส (ยน 3.13-17)

             ชายคนหนึ่งจากกลุ่มชาวฟาริสีชื่อ นิโคเดมัส เป็นหัวหน้าคนหนึ่งของชาวยิว  เขามาเฝ้าพระเยซูเจ้าตอนกลางคืน ทูลว่า “รับบี พวกเรารู้ว่า ท่านเป็นอาจารย์ที่มาจากพระเจ้า เพราะไม่มีใครทำเครื่องหมายอัศจรรย์อย่างที่ท่านทำได้ นอกจากพระเจ้าจะสถิตกับเขา”  พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ไม่มีใครเห็นพระอาณาจักรของพระเจ้า  ถ้าเขาไม่ได้เกิดใหม่ ”  นิโคเดมัสทูลถามว่า “คนชราแล้วจะเกิดใหม่ได้อย่างไรกัน เขาจะเข้าไปในครรภ์มารดาอีกครั้งหนึ่ง แล้วเกิดใหม่ได้หรือ”  พระเยซูเจ้าทรง ตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่าไม่มีใครเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า ถ้าเขาไม่เกิดจากน้ำและพระจิตเจ้า   สิ่งใดที่เกิดจากเนื้อหนังย่อมเป็นเนื้อหนัง สิ่งใดที่เกิดจากพระจิตเจ้า ย่อมเป็นจิต อย่าประหลาดใจถ้าเราบอกท่าน ว่า ท่านทั้งหลายจำเป็นต้องเกิดใหม่จากเบื้องบน ลมย่อมพัดไปในที่ลมต้องการ ท่านได้ยินเสียงลมพัดแต่ไม่รู้ว่า ลมพัดมาจากไหน และจะพัดไปไหนทุกคนที่เกิดจากพระจิตเจ้าก็เป็นเช่นนี้” นิโคเดมัสทูลถามพระองค์ว่า “เหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไร” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านเป็นอาจารย์ของช าวอิสราเอล ท่านไม่รู้เรื่องเหล่านี้หรือ” “เราบอกความจริงแก่ท่านว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องที่เรารู้  และเป็นพยานถึงเรื่องที่เราเห็น

             แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมรับคำยืนยันของเรา   ถ้าท่านทั้งหลายไม่เชื่อเมื่อเราพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับโลกนี้ท่านจะเชื่อได้อย่างไรเมื่อเราจะ พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับสวรรค์ ไม่มีใครเคยขึ้นไปบนสวรรค์  นอกจากผู้ที่ลงมาจากสวรรค์คือบุตรแห่งมนุษย์เท่านั้น

             
การเทิดทูนไม้กางเขน

              ก.ประวัติความเป็นมา

              ราวปี ค.ศ. 613 คอสโรแอส กษัตริย์เปอร์เซีย ได้ยกทัพมากรุงเยรูซาเล็ม และนำส่วนสำคัญของไม้กางเขนแท้ที่ทหารโรมันใช้ตรึงพ ระเยซูเจ้าจนสิ้นพระชนม์ ไม้กางเขนนี้ นักบุญเฮแลนซึ่งเป็นพระมารดาของจักรพรรด์คอนสแตนตินแห่งโรม เป็นผู้ค้นพบและเก็บรักษาไว้ สิบสี่ปีต่อมา จักรพรรดิเฮรากลีอุสแห่งกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้นำทัพไปเปอร์เซียและได้นำไม้กางเขนของพระมหาไถ่กลับคืนมา

              ขณะที่จักรพรรดิจะเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม  จักรพรรดิทรงประสงต์แบกไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ไปยังยอดเขากัลวาริโอ แต่เมื่อมาถึงประตู จะเสด็จขึ้นเขากัลวาริโอ ก็มิอาจก้าวเข้าไปได้ อัยกาเศคาริยาห์จึงกราบทูลว่า “ช้าก่อน ข้าแต่มหาบพิตร ชะรอยจะเป็นเพราะ พระองค์ทรงพระภูษาหรูหรา จึงไม่สู้เหมาะกับกางเขนของพระเยซูเจ้า” เมื่อจักรพรรดิทรงถอดเสื้อ รองเท้าที่หรูหราออก และสวมเสื้อผ้าอย่างคนจน พระองค์ก็ทรงไต่เขากัลวารีโอได้โดยง่าย และนำไม้กางเขนไปวางไว้ที่เดิม

              ในวันฉลองชัยแห่งกางเขนนั้น พรเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์มากมายด้วยเดชะไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์นี้ คือ คนตายกลับคืนชีพ คนง่อย 4 คน กลับเดินได้ คนโรคเรื้อน 10 คนหายจากโรค คนตาบอด 15 คนเห็น คนผีสิงและคนเจ็บป่วยมากมายก็หายเป็นปกติ

              ข. การฉลองนี้มีชื่อแปลกและมีความหมายหลายอย่าง เช่น หมายถึงชัยชนะแห่งกางเขนเมื่อเป็นสัญญลักษณ์ของศาสนาคริสต์ เนื่องจากศตวรรษที่ 4 มีการตั้งไม้กางเขนในที่สาธารณะแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้น

             คริสตชนเคยใช้ “ปลา” เป็นสัญญลักษณ์ของพระเยซูเจ้า ต่อมา ศตวรรษที่ 13 มีรูปไม้กางเขนนานาชนิด แบบหลากหลาย   การฉลอง นี้จึงเป็นการปนเประหว่างการฉลองของท้องถิ่นกับการฉลองไม้กางเขน

             ความหมายของ “ชัยชนะ”มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะ กางเขนสรุปจากชีวิตของบุคคลหนึ่งทีเดียว (พระเยซูเจ้า) บทอ่านแรกในวันนี้ นักบุญเปาโลกล่าวเป็นบทเพลงอันไพเราะเกี่ยวกับความนอบน้อมเชื่อฟัง (ฟป 2.6-11)ไม้กางเขนจึงเป็นเครื่องหมายอันทรง พลังของความนอบน้อมของพระเยซูเจ้าต่อพระประสงค์ของพระบิดา พระเยซูเจ้าทรงนอบน้อมต่อพระบิดาไม่เพียงแต่ทรงยอมสิ้นพระชนม์เท่านั้น แต่ยังทรงสิ้นพระชนม์อย่างแสนจะทรมานบนไม้กางเขน กางเขนจึงเป็นบทสรุปทุกสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสและทรงกระทำให้สำเร็จตามพระวาจาของพระเจ้า

              พระวรสารประจำวันนี้ชี้แสดงให้เราเห็นว่า ไม้กางเขนเป็น เครื่องหมายถึงชัยชนะ เมื่อไม้กางเขนถูกยกขึ้น (พระเยซูเจ้ากลับคืนพระชนมชีพ) พระองค์จะทรงดึงดูดทุกคนมาหาพระองค์ เพราะความนบนอบเชื่อฟังของพระองค์ บัดนี้ พระเยซูเจ้าผู้ทรง กลับคืนพระชนมชีพทรงแบ่งปันชีวิตของพระองค์กับเราอาศัยพระจิตเจ้า

              ไม้กางเขนยังหมายถึงสิ่งต่างๆสำหรับเรา หมายถึง การเป็นมนุษย์ – พระของพระเยซูเจ้า คุณค่าของความทุกข์ ความรักของพระเจ้า ความนอบน้อมของพระเยซูเจ้า ชัยชนะ การให้อภัย การเสียสละและชีวิตสู่ความตาย เรานำอารมณ์ ความทรงจำและประสบการณ์ชีวิตขอ งเราเองไปยังไม้กางเขน เฉกเช่นพระเยซูเจ้าที่ประทานชีวิตใหม่จากความตาย ดังนั้น พระองค์ได้ประทานชีวิตจากการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เพื่อจะทรงเติมเต็มสิ่งที่เรานำมาไว้บนไม้กางเขนด้วยพลังแห่งการกลับคืนพระชนมชีพ