ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โกงบ้างไม่เป็นไร...แล้วประเทศไทยจะอยู่ได้หรือ  (อ่าน 1519 ครั้ง)
deundee
Full Member
***
กระทู้: 181


« เมื่อ: กันยายน 19, 2011, 02:51:51 PM »

จากการสำรวจโพลของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สรุป มากกว่า 60 เปอร์เซนต์ ผู้ตอบเห็นว่า ยอมรับคนโกงได้ถ้าแบ่งผลประโยชน์ให้คนอื่นด้วย
ทางชมรมนักธุรกิจคาทอลิก สภาพธุรกิจตลาดทุนไทย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) สมาคมธรรมศาสตร์ สภาการศึกษาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ และสมาคมคาทอลิกแห่งประเทศไทย  เชิญ ผู้นำศาสนา เช่น ดร. บรรจง โซ๊ะมณี ประธานมูลนิธีเพื่อคุณธรรม ศจ. (พิเศษ) วิชา มหาคุณ กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดร.วีรชัย เตชะวิจิตร์ ประธานกรรมโรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ ดำเนินการเสวนาโดย ดร.กนก อภิรดี อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย วันที่ 27 กันยายน 2011 เวลา 14.30-17.30 ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ซอยงามดูพลี

พอจะแบ่งปันข้อสรุป ที่พอจะนำไปปฏิบัติได้อย่างไร
บันทึกการเข้า
joyful
Full Member
***
กระทู้: 172


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2011, 07:52:43 AM »

เริ่มด้วย ความเป็นมาของการสัมมนา
1..เครือข่ายต้านคอรัปชั่นฯ จัดทำแผนแม่บทต้านทุจริต
       นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า สมาชิก 23 องค์กร ภายใต้ชื่อ ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น ร่วมจัดทำแผนแม่บทต่อต้านการทุจริต มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแนวร่วม และเปลี่ยนค่านิยม เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน จะมีการติดตามและประเมินผลทุกเดือน
        สำหรับการดำเนินงาน แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรกคือ การประกาศเจตนารมณ์และเปิดตัวเครือข่าย ระยะที่ 2 คือการกระจายงานสู่ภาคีเครือข่ายต่างๆ เปิดโครงการนำร่อง และสร้างเวทีความคิดเห็น ก่อตั้งหน่วยงานร่วมภาคเอกชน และงบประมาณบริหาร ส่วนระยะที่ 3 จะทำรายงานผลสำรวจดัชนีการทุจริต ทุก 6 เดือน ขณะที่กลยุทธ์การดำเนินการ ประกอบด้วย การจัดโครงการนำร่อง เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สร้างกระแสการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง จัดทำเคพีไอเพื่อวัดผลการดำเนินงานของเครือข่าย
        ขณะที่ นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นสาเหตุหลักของการทุจริต เนื่องจากมีงบประมาณจำนวนมาก จึงต้องติดตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ตั้งแต่การจัดทำนโยบาย หรือโครงการ จัดทำราคากลาง จัดทำงบประมาณและการประมูลงาน
        นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือเพื่อต่อต้านการทุจริต โดยจะรณรงค์สมาชิกให้เฝ้าระวังเพื่อลดปัญหานี้
+++
2..ควันหลงจากการเสวนา
เชิญชมวิดีโอย้อนหลัง  ทาง www.catholic.or.th
และ http://www.thaicatholicbiz.com/

+++

ถอดเทป ภาพยนตร์โมษณา จาก ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น
ThaiAntiCorruption
ตู้ ปณ.000 ปณ. มหาดไทย กรุงเทพฯ 10206
โดย beartaihitech  2 เดือนที่ผ่านมา  205,783 ครั้ง
. รวมพลัง ต่อต้านคอรัปชั่น
แถลงข่าวสรุปผลการระดมความคิดเห็น จาก 4 กลุ่มย่อย ในการสัมมนา ต่อต้านคอรัปชั่น จุดเปลี่ยนประเทศไทย โดย ดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย ...
โดย TCCTV1 
3.ถอดเทป วิดีโอ ภาพยนตร์โฆษณา “คุณรู้ไหมว่าเราอยากได้อะไร”

“คุณรู้ไหมว่าเราอยากได้อะไร
เราอยากได้นักการเมืองที่ไม่โกง ไม่เอาเงินภาษี เงินของประชาชนไปเป็นของตัวเอง
เราอยากได้ข้าราชการที่ไม่สมคบคิดกับนักธุรกิจ แล้วมาเอาเปรียบประชาชน
เราอยากได้คนที่มีความละอายต่อความชั่ว
+
เราผิดที่เคยยอมรับและนิ่งเฉย...ต่อไปนี้ เราจะยืนอยู่บนความถูกต้อง เราจะไม่ยอมรับการโกงทุกรูปแบบ เราจะจับตาดูพวกคุณ  และเราจะลุกขึ้นมา.. ต่อต้านการโกง เพราะมันเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน”
++
ถอดเทปภาพยนตร์โมษณา เรื่องที่สอง  “ขอโทษ ประเทศไทย” (จากชมรม)
จาก ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น
ThaiAntiCorruption
ตู้ ปณ.000 ปณ. มหาดไทย กรุงเทพฯ 10206

เราทำอะไรผิดไปรึเปล่า  รุนแรงไปรึเปล่า ฟังความข้างเดียวรึเปล่า
ทำหน้าที่ของตัวเองรึเปล่า
คิดถึงประชาชนรึเปล่า โกงรึเปล่า เอาเปรียบรึเปล่า ให้ปัญญาประชาชนรึเปล่า (ละครไทยทางโทรทัศน์  ภาพเปลือย-โป๊บนหน้าหนังสือพิมพ์) เสื่อมรึเปล่า รับเงินมากกว่าความถูกต้องรึเปล่า  รอการช่วยเหลืออย่างเดียวรึเปล่า
ถ้าจะต้องมีคนผิด ก็ควรเป็นเราทั้งหมดที่ผิด
ขอโทษประเทศไทย…
แล้วถ้าจะต้องแก้ไข ก็คงต้องเป็นเราคนไทยที่ต้องลุกขึ้นมาแก้…
จดจำความสูญเสียไว้ในใจ แล้วเปลี่ยนให้เป็นพลัง
“ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย”

++
การตอบรับจากหน่วยราชการ
เทศบาลตำบลบางปู  ได้จัดทำโครงการอบรมคุณธรรม  จริยธรรม  “คนไทยต้องไม่โกง”  ให้แก่พนักงานเทศบาล  และประชาชน  ประจำปี  2553  เมื่อวันที่  21  กรกฏาคม  2553 เวลา 0830 - 12.00 น. ณ  ห้องประชุมค่ายริมขอบฟ้า  เมืองโบราณ  จ. สมุทรปราการ  เป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีพร้อมที่จะปฏิบัติงานเพื่อประชาชนและแผ่นดิน  ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)  ได้กำหนดไว้โดยมุ่งเน้นให้พนักงานเทศบาล  ลูกจ้างประจำ  และพนักงานจ้างตลอดจนประชาชน  มีส่วนร่วมในการต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น  และมีจิตสำนึกในการกระทำความดี รู้จักการให้ การเสียสละ เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม

+++
เอกสารที่แจกในการสัมมนาครั้งนี้

1.วาระแห่งชาติด้านคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล การป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ โดย ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ
2.Anti – Corruption Initiatives from other Countries รวบรวมโดย ดร.วีรชัย เตชะวิจิตร์

4.เริ่มด้วยการอภิปรายของ ฯพณฯ พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช
อธิบายด้วยตัวอย่างในปัจจุบัน
1.แม่ของเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี จะไม่โกงค่ารถ แม้ว่าลูกของเขาตัวเล็กกว่าอายุที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่ารถเต็มราคาก็ตาม
2.เด็กขโมยขนมในร้าน เจ้าของร้านพูดกับแม่ของเด็กว่า “ไม่เป็นไร คนงานของผมก็ขโมยทุกวัน” แต่แม่ให้ลูกเอาขนมไปคืนเจ้าของร้าน
   เราต้องสอนว่า “การขโมยผิดเสมอ ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่”
เรื่องที่ 3 ทุจริตในการสอบ ครูสอนว่า “คนที่ซื่อสัตย์ต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเองเสมอ”

   สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงห่วงใยมนุษย์ ออกพระสมณสาสน์ เรื่องความรักในความจริง (Caritas in Veritate แปลโดย ว.ประทีป จัดพิมพ์โดยคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ (ยส.) โทร 0-277-4625 ปีที่พิมพ์ 2522 )
ข้อ 36  “เมื่อผู้กุมอำนาจได้รับแรงบันดาลใจจากความคิดที่เห็นแก่ตัว เครื่องมือที่เป็นของดีในตัวมันเองอาจถูกเปลี่ยนให้เป็นเครื่องมืออันตรายได้...เป็นปัจเจกชนนั่นแหละ ที่มีมโนธรรมทางศีลธรรมของเขา และต้องมีความรับผิดชอบทั้งส่วนตัวและต่อสังคม”
 “เศรษฐกิจเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมนุษย์ ...จึงต้องมีโครงสร้างและการบริหารจัดการในรูปแบบที่มีคุณธรรม...” “หลักการดั้งเดิมของคุณธรรมเชิงสังคม เช่น ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบ”

ข้อ 40  “มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่จะส่งออก...เพียงเพื่อเอารัดเอาเปรียบ โดยที่ตนไม่ได้ให้คุณประโยชน์อันใดเลยต่อสังคมท้องถิ่น ในการช่วยให้เกิดระบบการผลิตและสังคมที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน”
+++


++++++++
คำเตือนสติของวิทยากร
คุณดุสิต นนทะนาคร
 “สมัยที่เป็นเด็ก การทุจรติของไทยอยู่ที่ร้อยละ 3 ของงบประมาณ แต่ในช่วง 3-4 ปี ข้างหน้า การทุจริตคอรัปชั่นของไทยจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 และจะเพิ่มเป็นร้อยละ 90 ในอีก 10 ปีข้างหน้า”
ศาสตราจารย์ (พิเศษ)  วิชา มหาคุณ
“มาตรฐานจริยธรรมของนักธุรกิจต้องมี 4 ด้าน คือ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ไม่มีส่วนทำลายแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นให้สังคมเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค หลักสิทธิมนุษยชน”
ดร.บรรจง โซ๊มณี
“การปฏิบัติตามหลักศาสนาคือ ทางรอดที่แท้จริง และเป็นทางออกของการแก้ไขการทุจริต คอรัปชั่น”
ดร. วีระชัย เตชะวิจิตร์
“มาช่วยกันใช้สิทธิ์ภายใต้พระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของรัฐ พ.ศ. 2540 ในการต่อต้านทุจริตคอรัปชั่นกันเถอะ”

คุณประจวบ ตรีนิกร
“การลดละการทุจริต คอรัปชั่นขององค์กรเป็น “ความรับผิดขององค์กรต่อสังคม” (CSR) ที่สำคัญที่สุดของสังคมธุรกิจไทย” 
คำขวัญของชมรมนักธุรกิจคาทอลิก ดำเนินธุรกิจ “ด้วยความยุติธรรม ความรับผิดชอบ และความรัก”

ดร.กนก อภิรดี
“ความอยากได้ใคร่มี ควบคุมได้ด้วยความพอเพียง และความพอดี”
คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรากูล ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น
“การต่อต้านคอรัปชั่น เริ่มต้นจากตัวเรา ครอบครัวของเรา ที่ทำงานของเรา โดยผู้นำต้องเริ่มต้นก่อน ต้องไม่เป็น “เสียงส่วนใหญ่ที่เงียบอีกต่อไป”
++++++

4.บทความ “ความริเริ่มเรื่องการต่อต้านคอรัปชั่น (โกง) จากประเทศอื่นๆ
+

ฮ่องกง เกิดจากการปฏิวัติโดยประชาชนที่ถูกนายตำรวจ โกงและหนีไป
หน่วยงาน Independent Commision Against Corruption (ICAC)  มี 3 กลยุทธ์
   1.ปฏิบัติการ
       
                        ก. การบังคับใช้ทางกฎหมาย- ภาครัฐ ภาคเอกชน การเลือกตั้ง กฤษฎีกา
                        ข.ตั้งเป้าหมายไปที่กรณีที่ถูกประณาม
      ค. รวบรวมประวัติของผู้ที่ควรได้รับคำชมเชยและคนที่ถูกประณาม
2 การป้องกัน
   - เขตที่เสี่ยงที่จะมีการคอรัปชั่น (ผลประโยชน์ซับซ้อน) การนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด ฯลฯ
   - การป้องปราบ (ระบบการควบคุมภายในองค์กร   จัดทำคู่มือ มีอาสาสมัครเพื่อวางแผนและบริหารจัดกิจกรรมต่อต้านคอรัปชั่น (ตอนนี้มี 1000 หน่วยงาน) ทบทวนกระบวนการบังคับใช้กฎหมายรวมทั้งการสำรวจและการจู่โจมตีโดยไม่ทันรู้ตัว
   - รวบรวมหลักเกณฑ์ความประพฤติหรือจรรยาบรรณของพนักงาน
+
3.ด้านการศึกษา
   - การฝึกอบรม และฝึกปฏิบัติสำหรับกลุ่มต่างๆ
   -เผยแพร่ข่าวสารการต่อต้านคอรัปชั่นแก่โรงเรียน โทรทัศน์ กระดานป้ายขนาดใหญ่  เครือข่ายออนไลน์
   - รณรงค์ส่งเสริมค่านิยมด้านความสามัคคี ความซื่อสัตย์ จรรยาบรรณ
   -การอบรมแบบบูรณาการสำหรับเยาวชนและการประชุมสุดยอดและการประชุมใหญ่
+
ความสำเร็จ
-   ในปี 2008 ฮ่องกงมีความโปร่งใส อันดับที่ 12 จาก 180 ประเทศ
-   ขันติธรรมสาธารณะจาก 0 ถึง 10 สำหรับภาครัฐ คือ 0.9 และ 1.5 สำหรับภาคเอกชน
-   ร้อยละ 90 ของรายงานด้านคอรัปชั่นมาจากสังคม หนึ่งส่วนสามช่วยเปิดเผยชื่อของคนโกง  บัดนี้ ร้อยละ 70 เต็มใจที่จะบอกชื่อคนโกง
-   อาสาสมัครจำนวนมากวางแผนและจัดกิจกรรมเอง
-   ไม่มีการคอรัปชั่นที่แพร่ไป ค่อยๆหายไป
-   ++++++
สหรัฐอเมริกา
เกิดจากากรที่เป็นพี่ใหญ่และเกรงว่า ตนเองจะมีส่วนสุ่มไฟให้เกิดคอรัปชั่นในประเทศต่างๆ
พระราชบัญญัติเรื่องคอรัปชั่นต่างประเทศ 1977
   1.การให้สินบท : ข้าราชการต่างชาติ: การลงโทษ
   2.ระบบบัญชีที่ไม่มีที่ติ : ภายใต้การพินิจพิเคราะห์ของ SEC
ทบทวน ใน 1988 / พระราชบัญญัติต่อต้านการติดสินบนระดับนานาชาติ 1988 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอนุสัญญาของ OECD ประกอบด้วย
   1.เพื่อสรุปชาวต่างชาติที่รับทุนในสหรัฐอเมริกา
   2.มุ่งต่อสู้กับจำนวนเงิน
   สหรัฐอเมริกาอยู่โดดเดี่ยวจนกระทั่ง 1996    ICC ปรับหลักความประพฤติ และใน ปี 1997 OECD
+++++
ญี่ปุ่น
เกิดจากการสอนจริยธรรม ที่ผู้นำประเทศที่รับผิดชอบฝังไว้ในตัวเด็ก
ปัจจุบัน
-   การศึกษาจะมุ่งเน้นการพัฒนาลักษณะนิสัยเต็มที่ ต่อสู้เพื่อสนับสนุนคน เสียงในจิตและกาย ซึ่งจะรักความจริงและความยุติธรรม ยกย่องค่านิยมของแต่ละคน เคารพแรงงานและความสำนึกความรับผิดชอบ และอบรมด้วยน้ำใจที่เป็นอิสระ เหมือนเป็นผู้สร้างสภาพสังคมที่มีสันติภาพ
-   1958 แจกแนวปฏิบัติแก่ผู้มีอำนาจท้องถิ่นแล้วแต่การสอนจริยธรรม นอกจากการแทรกเข้าในทุกวิชาและกิจกรรมพิเศษ ขอให้มีการจัดเป็น “ชั่วโมงพิเศษ”
-   - ปี 19874 มีคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการศึกษา 4 คณะ “Ad hoc Committee on Education-Rinkyoshin)  รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการสอนจริยธรรม ขึ้นต่อนายกรัฐมนตรี  แนะนำว่าต้องมีการปฏิรูปด้านการศึกษาเพื่อ “มองวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาเกี่ยวกับ “การอบรมบุคลิกภาพที่สมบูรณ์” สรุปด้วยการเน้นการปลูกฝังค่านิยมเช่น “ศักดิ์ศรีของแต่ละคน เคารพปัจเจกภาพ  การควบคุมตัวเอง - ซึ่งเป็นค่านิยมที่ตระหนักถึงสมดุลที่ผสมผสานระหว่างอิสรภาพและระเบียบวินัย” (ข้อ 14) . ความภูมิใจในชาติ การเคารพตนเอง ระเบียบวินัย เป็นต้น เน้นมากกว่าแถลงนโยบาย ดังนี้

รายชื่อค่านิยม

มีการปลูกฝังรายชื่อค่านิยมในระดับประถมศึกษา ซึ่งแบ่งวัตถุประสงค์เป็น 3 ระดับชั้น ได้แก่ ชุดสำหรับประถม 1/ 2     ต่อไปคือ  ประถม 3/4  และประถม 5/6  แต่ละระดับชั้นแบ่งเป็น อุปนิสัยที่พึงประสงค์อีก 4 กลุ่ม
   1.เรื่องเกี่ยวกับตัวเอง
   2.สัมพันธภาพระหว่างตัวเองกับคนอื่น
   3.เรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งประเสริฐต่างๆ (ชีวิต ความงดงาม)
   4. เรื่องที่เกี่ยวกับกลุ่มและสังคม (ความซื่อสัตย์  การเคารพบิดามารดา) ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน เป็นต้น (15)
จัดทำรายการค่านิยมที่คล้ายกันเพื่อระดับชั้นเรียนที่สูงกว่าระดับประถมศึกษา แต่ปรับกับระดับการเจริญเติบโต

ส่วนการเรียนสำหรับประถมตอนปลาย (มัธยมต้น) วิชาจริยธรรมแบ่งเป็น 4 ภาคเหมือนระดับประถมศึกษา ควรมีลักษณะดังนี้
1.รวมถึงความซื่อสัตย์ ความจริงใจ การเคารพตนเอง การทำให้ตัวเองก้าวหน้าในชีวิต เป็นต้น
2.ความสุภาพ สัมพันธภาพส่วนตัวที่อบอุ่น มิตรภาพ เคารพเพศอื่น ถ่อมตัวพร้อมที่จะเรียนรู้จากคนอื่น

   3.รักธรรมชาติและความงาม “ควรส่งเสริมจิตสำนึกเกี่ยวกับความเคารพนับถือ ที่อยู่เหนือพลังของมนุษย์   
   4.การพึ่งตนเอง เคารพกฎหมาย สมานฉันท์และความยุติธรรม รักแรงงาน และปลูกฝังความรักครองครัว.  ต้องรักบ้านเกิดว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีก่อนเพื่อความเข้าใจระหว่างชาติ

ส่วนระดับมัธยมศึกษานั้น ต้องมีการปลูกฝังพลังและทัศนคติ และด้วยความเข้าใจและการคิดเกี่ยวกับการอบรมตนเองระหว่างวัยเยาวชน และเกี่ยวกับวิธีที่พึงประสงค์ในการดำเนินชีวิตเยี่ยงเยาวชน และปลูกฝังความอดทนในการอบรมลักษณะนิสัย (16)
   
ภายใต้หัวข้อทั้สามสำหรับอบรมนักเรียนมัธยมปลาย  “จริยศาสตร์” (rinri) เป็นส่วนหนึ่งภายในหัวข้อของ “ความเป็นพลเมือง”  นั่นคือ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรของโรงเรียนภาคปกติ จริยศาสตร์หมายถึง
   1.วิธีที่จะดำเนินชีวิตและประพฤติเยี่ยงมนุษย์ระหว่างช่วงเวลาที่เป็นวัยรุ่น
   2.จริยศาสตร์และสังคม
   3.อัตลักษณ์ของชาวญี่ปุ่นและสัมพันธภาพกับประชาคมนานาชาติ  นักเรียนควรได้รับการศึกษาเพื่อตระหนักถึงบทบาทต่อประเทศ ในการมีส่วนร่วมกับความร่วมมือทั่วโลก ความมั่งคั่งและสันติภาพ
   ตั้งแต่เวลาของสนธิสัญญาสันติภาพแห่งฟรานซิสโก  (1952) และการขจัดการปฏิรูปต่างๆหลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง และยุคต่อมาของระบอบประชาธิปไตย  ลูกตุ้มที่กำลังแกว่งไกวไปสู่การสนับสนุนนโยบายว่าเป็นการตระหนักมากขึ้นว่า ต้องส่งเสริมการสอนจริยธรรมให้ภูมิใจในชาติและค่านิยมดั้งเดิม. 
   ในเวลาเดียวกัน เน้นการศึกษาในโรงเรียนต้องเปิดตาของเยาวชนต่อเรื่องต่างๆของโลก. พวกเขาควรตระหนักถึงบทบาทพิเศษที่ญี่ปุ่นมีต่อความสัมพันธ์นานาชาติ. 
   ตระหนักเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้มากขึ้น ซาบซึ้งในวัฒนธรรมนานาชาติ. ผูกพันกับการปลูกฝังความรักชาติ. ยังพิจารณาว่า วินัยและความแประหยัดเป็น “ค่านิยม” ในญี่ปุ่น. สร้างสมดุลการเคารพตัวเองเพื่อต้องการปรับตัวให้เข้ากับกลุ่ม
               รวบรวมโดย ดร. วีระชัย เตชะวิจิตร์ 27 กันยายน 2554

+++ “เวลารับเงินทอน คนญี่ปุ่นจะไม่นับเงินทอนต่อหน้าคนทอนให้ เพราะเสมือนว่า ดูถูกเขาว่าจะโกงเรา”
     
+++++++
บันทึกการเข้า
joyful
Full Member
***
กระทู้: 172


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2011, 07:53:49 AM »

5.บทบาทของสภาพระสังฆราชแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ให้เป็นแนวปฏิบัติสำหรับพระศาสนจักรทั่วโลก

การปราบคอรัปชั่น
1. สมณสภาเพื่อความยุติธรรมและสันติได้จัดประชุมนานาชาติในหัวข้อเรื่อง “ปราบคอรัปชั่น” ณ กรุงวาติกัน เมื่อวันที่ 2 – 3 มิถุนายน ค.ศ.2006 ผู้เข้าร่วมประชุมนั้นมีทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การนานาชาติ ทูตประจำรัฐวาติกัน ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ อาจารย์ และผู้ชำนาญการเป้าหมายของการประชุมตามที่พระคาร์ดินัล เรนาโต ราฟาแอล มาร์ตีโน1 ระบุบอกไว้คือ ให้เข้าใจปรากฏการณ์เรื่องคอรัปชั่นดีขึ้น หาวิธีปราบและชี้แจงถึงสิ่งที่พระศาสนจักรจะมีส่วนร่วมจัดการได้ ผู้บรรยายกิตติมศักดิ์ นักวิชาการ ผละผู้เชี่ยวชาญ ประเด็นปัญหาดังกล่าวได้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แนวคิดเรื่องคอรัปชั่น และหาวิธีปราบในระดับโลก (โดย อันโตนีโอ มารีอา คอสตา)2 ในระดับองค์กรเอกชน (โดย ฟรังซัว วิงเก)3 ในระดับองค์กรสาธารณะ (โดย เดวิด ฮอลล์)4 ในระดับข้าราชการพลเรือน (โดย ญอง ซุง ยู)5 ในระดับประเทศร่ำรวยแลยากจน (โดย อีวา โยลี) บรรยายภาพแสดงความเหี้ยมโหดของคอรัปชั่นที่มีต่อคนยากจนของสังคมโลก (โดย โคบุส เดอ สวาด์ต)
และลักษณะของวัฒนธรรมแห่งคอรัปชั่น (โดย ปอล โวลโฟวิทซ์) พระสังฆราช เจียมเปาโล เครปัลดีได้ให้แนวคิดถึงมิติต่างๆ ของคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรในประเด็นที่เกี่ยวข้องนี้

2. ปรากฏการณ์เรื่องคอรัปชั่นนั้นมีอยู่เสมอมา กระนั้นก็ดีในช่วงปีหลังๆ นี้ได้มีการตระหนักถึงมากขึ้นจนถึงระดับนานาชาติ อันที่จริง โดยอาศัยสนธิสัญญาปราบคอรัปชั่น และแผนปฏิบัติการที่ถูกประยุกต์ใช้โดยแต่ละรัฐและกลุ่มรัฐต่างๆ และโดยองค์การนานาชาติในด้านการค้าสากลในด้าน
กฎระเบียบของการค้าสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเงิน ความพยายามปราบคอรัปชั่นนั้น
ส่วนมากลงมือปฏิบัติการกันในช่วย 15 ปีหลังนี้ นี่หมายความว่า คอรัปชั่นเพิ่งเป็นที่ยอมรับกันเมื่อเร็วๆ นี้เท่านั้น โดยเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญ และการตัดสินเรื่องคอรัปชั่นในทางลบก็แผ่ขยายไปทั่วโลก ในขณะเดียวกันก็มีการตระหนักมากขึ้นว่าจำต้องปราบ เพื่อให้บรรลุจุดหมายดังกล่าวนี้ได้มีการจัดวางมาตรการต่างๆ เพื่อวิเคราะห์และหาสถิติตัวเลขการคอรัปชั่น เพื่อช่วยให้เข้าใจดีขึ้นถึงตัวกระตุ้นที่อยู่เบื้องหลังการทำเรื่องผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคอรัปชั่น ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่ระบบวิธีการปราบอันเหมาะสมยิ่งขึ้น และไม่เพียงแต่อาศัยระบบกฎหมายและการบีบบังคับเท่านั้นเพื่อขจัดสาเหตุต่างๆ ที่ก่อให้เกิดการคอรัปชั่น ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ คือ ได้พบสาเหตุสำคัญทางประวัติศาสตร์สองประการ คือ การล่มสลายของกลุ่มที่คิดต่อต้านหลังปีค.ศ.1989 และโลกาภิวัตน์ด้านสารสนเทศ ทั้งสองกระบวนการนี้มีส่วนให้ความกระจ่างมากขึ้นเรื่องการคอรัปชั่นและการทำให้ประชาชนตระหนักถึงผลของการคอรัปชั่นมากขึ้นด้วย การเปิดพรมแดนต่างๆ ดันเป็นผลมาจากกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้การคอรัปชั่นขยายวงกว้างได้ง่ายขึ้นมากกว่าในอดีต แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้ปราบได้มากขึ้นด้วย โดยอาศัยการร่วมมือร่วมใจกันในระดับนานาชาติ

3. การคอรัปชั่นเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่จำกัดอยู่ในวงการเมือง หรืออยู่ในภูมิภาคทางสังคม
ซึ่งเกิดขึ้นทั้งในประเทศร่ำรวยแลในประเทศยากจน ผลกระทบทางเศรษฐกิจของการคอรัปชั่นนั้นยากที่จะกำหนดได้อย่างแน่นอนตายตัว อันที่จริง ข้อมูลที่มีนั้นยังไม่เพียงพอ กระนั้นก็ดี เรายังต้องเผชิญกับการใช้ทรัพยากรมหาศาลจากเศรษฐกิจ จากการผลิต และจากโครงการสังคมต่างๆ ประชาชนเป็นผู้จ่ายเงินเพื่อประโยชน์ในสังคมโดยถูกกฎหมาย
การคอรัปชั่นเกิดขึ้นทั่วทุกสังคม จะโทษแค่ผู้ทำงานในหน่วยงานเศรษฐกิจเท่านั้นก็ไม่ได้ หรือ
จะโทษแค่เจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้นก็ไม่ได้ หรือจะโทษแค่ข้าราชการเท่านั้นก็ไม่ได้ การคอรัปชั่นนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละรัฐและในองค์การนานาชาติด้วย
บรรยากาศที่พร้อมให้ทำคอรัปชั่นนั้นได้รับการหนุนนำจากการชาดความโปร่งใสในเรื่องการเงิน
ระดับนานาชาติ จากแหล่งเงินทุนที่มีอยู่และจากความแตกต่างกันทางชั้นวรรณะที่มีการปราบ
คอรัปชั่น -บ่อยๆ ครั้งจำกัดอยู่ในระดับรัฐเอกเทศ- และระดับที่ปราบคอรัปชั่นได้สำเร็จนั้นตามปกติเป็นระดับเหนืออำนาจหน้าที่ของรัฐบาลและระดับนานาชาติยังได้รับการอำนวยความสะดวก โดยการร่วมมือกันระหว่างรัฐต่างๆ อย่างจำกัดในการปราบคอรัปชั่น เนื่องจากมีความต่างกันอย่างมากในเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ ของระบบกฎหมายปกครองที่หลากหลาย ขาดสื่อควบคุมการคอรัปชั่นในบางภูมิภาคของโลก และขาดหลักประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ ขาดเสรีภาพในการสื่อข่าวสาร ไม่มีระบบตรวจสอบที่เป็นประชาธิปไตย ขาดความโปร่งใส จึงทำการคอรัปชั่นได้ง่ายขึ้น
การคอรัปชั่นเป็นประเด็นที่น่าห่วงใยเป็นอย่างมากในทุกวันนี้ แถมยังเชื่อมโยงกับการค้า
ยาเสพติด การฟอกเงิน การค้าอาวุธแบบผิดกฎหมาย และการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ

4. ถ้าการคอรัปชั่นส่งผลร้ายแรงทางด้านวัตถุ และเป็นอุปสรรคขัดขวางการเจริญเติบโตทาง
เศรษฐกิจ ผลร้ายแรงยิ่งมากขึ้นไปอีกซึ่งเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตมนุษย์ในสังคม ประมวลคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรกล่าวถึงการคอรัปชั่นทางการเมืองว่า “ประณีประนอมกันในการปฏิบัติหน้าที่
ของรัฐมีอิทธิพลไปในทางลบ เรื่องสัมพันธภาพระหว่างผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้ปกครอง มันทวีความไม่ไว้วางใจกันในสถาบันต่างๆ ของสาธารณชน ทำให้พลเมืองทวีความไม่พอใจมากยิ่งขึ้นในเรื่องการเมืองและเรื่องการเป็นผู้แทนราษฎร จึงทำให้สถาบันต่างๆ อ่อนแอลงไป” (ข้อ 411)
มีส่วนเชื่อมโยงที่ชัดแจนและเป็นรูปธรรม ระหว่างการทุจริตคอรัปชั่นกับการไม่มีวัฒนธรรม
ระหว่างการคอรัปชั่นกับข้อจำกัดด้านปฏิบัติหน้าที่ของระบบสถาบัน ระหว่างการคอรัปชั่นกับดัชนีการพัฒนามนุษย์ ระหว่างการคอรัปชั่นกับความอยุติธรรมทางสังคม นี่มิใช่เป็นแค่กระบวนการที่ทำ
ให้ระบบเศรษฐกิจถดถอยด้อยลงไปเท่านั้น การคอรัปชั่นยังขัดขวางการส่งเสริมบุคคล และทำให้
สังคมมีความถูกต้องชอบธรรมน้อยลง และมีการเปิดโอกาสน้อยลงด้วย

5. พระศาสนจักรเห็นว่าการคอรัปชั่นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ระบบการเมืองผิดเพี้ยนไป หนังสือประมวลคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรบรรยายถึงผลเสียว่า “การคอรัปชั่นบิดเบือนบทบาท
หน้าที่ของสถาบันผู้แทนต่างๆ เพราะสถาบันต่างๆ ถูกใช้เป็นสนามรบทางการเมือง มีการต่อรอง
ระหว่างผู้เรียกร้องกับผู้ให้บริการของรัฐบาล (ข้าราชการ) ในแนวนี้การเลือกทางการเมืองจึงเห็นชอบกับจุดประสงค์แคบๆ ของผู้ที่มีเครื่องมือบังคับทางเลือกให้ และเป็นอุปสรรคขัดขวางคุณประโยชน์ส่วนรวมของพลเมืองทั้งหมด” (ข้อ 411) “การคอรัปชั่นถูกจัดว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการด้อยพัฒนาและความยากจน” (ข้อ 447) และบางครั้งยังมีอยู่ในระบบการให้ความช่วยเหลือประเทศยากจน

การคอรัปชั่นทำให้ประชาชนขาดประโยชน์สาธารณะขั้นพื้นฐาน คือ ความถูกต้องตาม
กฎหมาย การเคารพต่อกฎระเบียบต่างๆ การปฏิบัติงานอันถูกต้องขอบธรรมของสถาบันทางเศรษฐกิจและการเมือง และการมีความโปร่งใส ความถูกต้องตามกฎหมายนั้นจริงๆ แล้วคือ ประโยชน์ส่วนรวมที่มีไว้สำหรับทุกๆ คน อันที่จริง เป็นประเด็นวิกฤตขัดขวางการพัฒนา อย่างน้อยความถูกต้องตามกฎหมายก็ช่วยให้สังคมมีสัมพันธภาพที่ถูกต้องชอบธรรมทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง และช่วยให้มีบรรยากาศที่ไว้วางใจกัน ซึ่งเป็นฐานกิจการด้านเศรษฐกิจในฐานะที่เป็นประโยชน์ส่วนรวม ต้องให้ประชาชนทั้งหมดช่วยสนับสนุนตามความเหมาะสม อันที่จริง ประชาชนทั้งหมดมีสิทธิได้รับผลประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย สรรพสิ่งทั้งหลายที่เป็นกรรมสิทธิ์ของมนุษย์ชาย – หญิง นั้น อาศัยความเป็นบุคคลมนุษย์ เป็นต้นความถูกต้องตามกฎหมาย จำต้องให้การปฏิบัติและวัฒนธรรมความถูกต้องตามกฎหมายเข้ามาแทนที่การปฏิบัติและวัฒนธรรมของการคอรัปชั่น

6. จากแนวทางการปราบคอรัปชั่นนั้น มีการพัฒนาเขิงบวกโดยปรับเปลี่ยนสังคมจากเผด็จการสู่
ประชาธิปไตย จากสังคมปิดสู่สังคมเปิด จากระบบแนวตั้งสู่ระบบแนวนอน จากสังคมรวมศูนย์
อำนาจสู่สังคมที่มีส่วนร่วม แต่เส้นทางนี้จะไม่เป็นไปในทางบวกโดยอัตโนมัติ ต้องเอาใจใส่มากให้เปิดใจไม่ทำลายพลังแห่งความมั่นใจด้านศีลธรรม และอย่าให้ความหลากหลายมาเป็นอุปสรรคขัดขวางการสร้างความสัมพันธ์ในสังคมให้มั่นคง การล่มสลายของมาตรการทางศีลธรรมในหลายประเทศที่เจริญแล้วนั้นสามารถปกปิดผลร้ายใหญ่หลวงของการคอรัปชั่นขึ้นได้ ภัยร้ายแรงยังอยู่ในสังคมเก่ามากมาย มีสังคมที่มีระบบโครงสร้างดี เคร่งครัด และเป็นสังคมปิด และแม้กระทั่งสังคมที่ใช้ระบบเผด็จการต่อชุมชนของตนเองหรือต่อโลกภายนอก มีสังคมที่ยืดหยุ่นผ่อนปรนมากและเคลื่อนที่ง่ายโดยมีระบบโครงสร้างสายงานที่จัดไว้อย่างดี และมีสถาบันแบบประชาธิปไตยที่เปิดให้อิสรเสรีภาพ ในแง่หนึ่ง เราอาจสังเกตว่าการคอรัปชั่นนั้นเกิดขึ้นในสังคมประเภทแรก เพราะเป็นการยากยิ่งนักที่จะตระหนักถึงการมีคอรัปชั่นภายใน คนที่รับสินบนและติดสินบนผู้อื่นนั้นยังทำกันอย่างหลบซ่อนอยู่และยังได้รับการปกป้องเมื่อที่ไม่มีความโปร่งใส และเมื่อรัฐไม่ได้ยึดกฎหมายเป็นฐานการปกครองอย่างแท้จริง การคอรัปชั่นอาจคงอยู่ตลอดไป เพราะขึ้นกับสถานการณ์มีความมั่นคง ในอีกแง่หนึ่ง
             เราอาจเห็นได้ง่ายในสังคมประเภทสองว่ามีภัยอันตรายซ่อนอยู่ ความหลากหลายเกินขอบเขตอาจทำให้พลเมืองไม่สนใจกฎเกณฑ์ทางศีลธรรม เกิดความสับสนจากความแตกต่างของวิถีชีวิต อาจทำให้การตัดสินด้านศีลธรรมเสื่อมจนถึงขั้นทำการคอรัปชั่น สังคมไร้พรมแดนนั้นอาจนำไปสู่การแพร่กระจายคอรัปชั่นไปยังนานาชาติได้

7. เพื่อหลีกเลี่ยงภัยอันตรายต่างๆ ดังกล่าวนี้ คำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรขอเสนอ
แนวคิดเรื่อง “นิเวศวิทยาของมนุษย์” (Contisimus Annus ,38) ที่อาจเป็นหลักเกณฑ์ซึ่งเอื้ออำนวยให้ปราบคอรัปชั่นได้ ท่าทีต่างๆ ของการคอรัปชั่นอาจเป็นที่เข้าใจเพียงพอ ถ้าถูกถือว่าเป็นผลจากการขาดนิเวศวิทยาของมนุษย์ ถ้าครอบครัวไม่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อบรมสั่งสอน ถ้ากฎต่างๆขัดแย้งกับคุณประโยชน์อันแท้จริงของมนุษย์ชาย – หญิง ทั้งหลาย อย่างเช่น คนที่ต่อต้านชีวิต –พลเมืองได้รับอบรบผิดๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ ถ้าการให้ความยุติธรรมนั้นเชื่องช้า ถ้าหลักศีลธรรมขั้นพื้นฐานนั้นอ่อนไปเพราะมีการผ่อนปรนให้กับการประพฤติชั่ว ถ้าสภาพการดำรงชีวิตนั้นเลวร้ายลง ถ้าโรงเรียนไม่กระตุ้นให้บุคคลเจริญเติบโตขึ้น และไม่เสริมสร้างความเป็นเอกเทศ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรับประกันเรื่อง “นิเวศวิทยาของมนุษย์” และการขาดนิเวศวิทยาของมนุษย์คงจะเป็นประเด็นให้ทำคอรัปชั่น อันที่จริง ต้องไม่ลืมว่าการคอรัปชั่นนั้นนำมาซึ่งกระบวนการสร้างสัมพันธภาพและการสร้างความยุ่งยากสับสน จึงเป็นการทำให้มโนธรรมเย็นเฉย การขู่เรียกค่าไถ่และการขู่คุกคาม การตกลงปากเปล่า และการวางแผนทำร้าย ทั้งหมดนี้ขั้นแรกขึ้นกับประชาชนและมโนธรรมทางด้านศีลธรรมของประชาชน แล้วต่อจากนั้นก็เป็นโครงสร้างเครือข่าย นี่คือขอบข่ายปฏิบัติการให้การศึกษาอบรมเรื่องศีลธรรมและให้การศึกษาอบรมพลเมือง ส่วนบทบาทหน้าที่ของพระศาสนจักรนั้น คือป้องกันมิให้เกิดการคอรัปชั่น ภายในชุมชนวัด สถาบัน องค์การ และสมาคมต่างๆ และให้สัตบุรุษสมาชิกไปอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคมยุคใหม่ พระศาสนจักรสามารถเล่นบทบาทสำคัญในการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นทรัพยากรทางศีลธรรม เพื่อที่จะช่วยเสริมสร้างนิเวศวิทยาของมนุษย์โดยไม่เปิดโอกาสให้ทำการคอรัปชั่นได้เลย

8. คำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรใช้ประโยชน์ของหลักเกณฑ์ชี้นำขั้นพื้นฐาน คือ ชี้บอกถึง
พฤติกรรมส่วนตัวและส่วนรวม ถือเป็นแนวหน้าในการปราบคอรัปชั่น หลักเกณฑ์ต่างๆ นี้คือ ศักดิ์ศรีของบุคคลมนุษย์ ผลประโยชน์ส่วนรวม ความเป็นปึกแผ่น การสนับสนุนช่วยเหลือ การเลือกช่วยคนยากจนเป็นอันดับแรก จุดมุ่งหมายสากลของสิ่งของ การคอรัปชั่นนั้นขัดแย้งกับหลักเกณฑ์ต่างๆทั้งหมดนี้ ซึ่งทำลายความเป็นบุคคลมนุษย์ ใช้มนุษย์ชาย – หญิง เป็นเครื่องมือหาประโยชน์ให้กับตัวเองอย่างไม่ให้เกียรติเลย เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุถึงประโยชน์ส่วนรวม เพราะยึดหลักเกณฑ์เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว และหาผลประโยชน์พิเศษที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม โดยขัดต่อความเป็นปึกแผ่นเพราะก่อให้เกิดความอยุติธรรมและความยากจน ขัดต่อหลักการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะเป็นการไม่เคารพต่อบทบาทหน้าที่ต่างๆ ที่แตกต่างกันทางสังคมและทางสถาบัน และยังเลือกเป็นปฏิปักษ์ต่อคนยากจน โดยการขัดขวางมิให้ส่งมอบทรัพยากรให้คนยากจนตามเจตนาที่ให้ไว้ สุดท้ายเป็นการขัดขวางต่อจุดมุ่งหมายสากลของสิ่งของ เพราะผลดีของความถูกต้องตามกฎหมายอย่างที่เราเรียนรู้มาแล้วนั้น คือคุณงานความดีของมนุษย์สำหรับชาย – หญิงทุกคนที่ตั้งใจมอบให้กับประชาชนทุกคน

คำสอนด้านสังคมทั้งหมดของพระศาสนจักรเสนอแนวทางสร้างสังคมสัมพันธ์ที่อยู่ขั้วตรง
ข้างกับการคอรัปชั่นโดยสิ้นเชิง ดังนั้น เราจึงเข้าใจถึงผลร้ายแรงของเรื่องนี้และพระศาสนจักร
ต่อต้านเรื่องการคอรัปชั่น เรายังเข้าใจถึงต้นเหตุที่ทำให้พระศาสนจักรเรียกร้องการปราบคอรัปชั่น นี่คือเนื้อหาสาระของคำสอนด้านสังคมฉบับนี้และเป็นผลงานของคนที่ได้รับแรงบันดาลใจให้ปราบคอรัปชั่น

9. การปราบคอรัปชั่นนั้นจำต้องมีความเชื่อมั่นคงยิ่งขึ้น โดยอาศัยการยอมรับความเป็น
จริงทางศีลธรรม และจำต้องตระหนักมายิ่งขึ้นว่าการปราบเรื่องนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ทาง
สังคมที่สำคัญๆ ตามคำสอนของพระสมณสารเรื่อง การเฉลิมฉลองปีที่หนึ่งร้อย (ข้อ 25) บอกไว้ว่า“มนุษย์มุ่งทำดี แต่ก็ยังทำชั่วได้เช่นกัน เขาอาจเห็นแก่ผลประโยชน์ใกล้ตัวเหนือสิ่งอื่นใด และก็ยังยึดติดอยู่กับมัน ระบบสังคมจะยิ่งมั่นคงมากขึ้น เมื่อตระหนักถึงความเป็นจริงดังกล่าวนี้และไม่ต่อต้านผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ส่วนรวมของสังคม แต่ควรหาทางเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้บรรลุผล” นี่คือหลักเกณฑ์อันทรงประสิทธิภาพและตรงกับความเป็นจริงยิ่งนัก พระสมณสารฉบับนี้บอกเราให้มุ่งหาเอกลักษณ์ของพฤติกรรอันทรงคุณค่าในตัวมนุษย์ชาย – หญิงทั้งหลาย และก็ช่วยเสริมสร้างเอกลักษณ์อันทรงคุณค่าเหล่านั้น ให้คิดถึงเรื่องการปราบคอรัปชั่นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเป็นเรื่องจำเป็น การคอรัปชั่นเป็นภัยร้ายจึงจำต้องให้ความสำคัญในการปราบปราม การขจัดคอรัปชั่นนั้นเป็นเรื่องดี และยังช่วยให้เกิดผลดีอีกด้วย การละทิ้งการคอรัปชั่นจะช่วยนำไปสู่พัฒนาการและการอยู่ดีกินดี ให้เสริมสร้างพฤติกรรมรักความซื่อตรง และให้ลงโทษคนที่ประพฤติตัวไม่ซื่อตรง ในการปราบคอรัปชั่นนั้น จำต้องมีความรับผิดชอบต่อการกรำทำสิ่งผิดกฎหมายทั้งหลายลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยให้ทำดีชดใช้ความผิดเป็นการช่วยฟื้นฟูพฤติกรรมอันมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งที่สำคัญพอๆ กันก็คือ การมอบรางวัลให้กับประเทศต่างๆ และหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ยึดหลักจรรยาบรรณ โดยไม่ผ่อนผันให้กับผู้กระทำการคอรัปชั่นต่างๆ

10. ในระดับนานาชาตินั้น การปราบคอรัปชั่นจำต้องให้ประชาชนร่วมแรงร่วมใจกันเสริมสร้างความโปร่งใสในการเจรจาทางเศรษฐกิจและทางการเงิน และให้ประเทศชาติต่างๆ ร่วมกันถือ
ปฏิบัติตามกฎหมายที่เห็นชอบร่วมกัน ประเด็นเรื่องนี้ ปัจจุบันนี้การหาทุนจากการคอรัปชั่นเป็น
เรื่องปกปิดกันได้ง่าย อย่างเช่น ผลประโยชน์อันไม่ซื่อสัตย์ที่รัฐบาลได้มาจากการคอรัปชั่น รัฐบาลที่คอรัปชั่นเหล่านี้สามารถนำเงินทุนจำนวนมหาศาลไปต่างประเทศในรูปแบบซับซ้อนมากมาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายามแต่อย่างใดเลย การส่งเสริมให้ร่วมกันทำตามกฎหมายที่เห็นขอบร่วมกันนั้นเป็นขั้นตอนหนึ่งในการป้องกันมิให้มีการคอรัปชั่น เพื่อว่าประเทศยากจนทั้งหลายจะได้ไม่ยอมรับเงินทุนอันผิดกฎหมาย เพราะขาดการเห็นชอบร่วมกัน
                 เนื่องจากขบวนการก่ออาชญากรรมนั้นไร้พรมแดน มีการร่วมมือกันระดับนานาชาติใน
ระหว่างรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่ต้องการทวีเพิ่มให้มากขึ้น อย่างน้อยในเรื่องการร่วมมือกันทางด้านศาลยุติธรรมในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลงสัตยาบันเห็นชอบให้ปราบคอรัปชั่นน่าจะให้ประเทศต่างๆลงสัตยาบันเห็นชอบมากยิ่งๆ ขึ้นไป และเรียกร้องให้สหประชาชาติลงมติเห็นชอบให้ร่วมมือกันปราบคอรัปชั่น อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือแต่การปฏิบัติตามสัตยาบันให้เป็นรูปธรรม -เนื่องจากมีแรงจูงใจทางการเมือง- ประเทศทั้งหลายจำนวนมากไม่ถือตามสัตยาบันดังกล่าวนั้น แม้กระทั่งประเทศต่างๆ ที่ลงนามในสนธิสัญญาฉบับนั้น จึงจำต้องมีการเรียกร้องความเห็นชอบด้วยในระดับนานาชาติเพื่อทำการยึดทรัพย์ และให้ชดใช้สิ่งที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ปัจจุบันกฎระเบียบเรื่องขบวนการปราบคอรัปชั่นนั้นมีใช่แค่ภายในแต่ละประเทศเท่านั้น
ส่วนมากหวังว่าจะมีการจัดตั้งองค์กรสากลที่มีอำนาจปราบคอรัปชั่น โดยให้สามารถ
ปฏิบัติการอย่างเป็นเอกเทศแม้เวลาที่ดำเนินงานเกี่ยวพันกับรัฐต่างๆ และก็ให้สารมารถตรวจสอบว่ามีการก่ออาชญากรรมทำการคอรัปชั่นระดับนานาชาติ และเมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าผิดจริง ก็ให้ลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายทั้งหลายได้เลย หลักเกณฑ์แห่งการช่วยเหลือกันนั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อเรื่องนี้ โดยประยุกต์ใช้มันตามลำดับหน้าที่ผู้มีอำนาจปฏิบัติงานปราบคอรัปชั่น

11. มีการเรียกร้องให้สนใจประเทศยากจนเป็นพิเศษ ประเทศยากจนเหล่านี้ต้องการความ
ช่วยเหลือ ดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น เวลาที่มีช่องโหว่ในระดับการบัญญัติกฎหมาย และเวลาที่ยังไม่มีสถาบันบัญญัติกฎหมายที่เหมาะสมถูกต้องชอบธรรมในการปราบคอรัปชั่น การร่วมมือกันในเรื่องความยุติธรรมระหว่างคู่กรณี หรือระหว่างหลายๆ ฝ่าย -เพื่อปรับปรุงระบบการจำคุก การสรรหาผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวน โครงสร้างศาลยุติธรรมที่เป็นเอกเทศในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล- จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และรวมถึงเรื่องการช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา
               การคอรัปชั่นในประเทศที่กำลังพัฒนานั้น บางครั้งก็มีสหพันธ์ประเทศตะวันตกเป็นต้นเหตุ หรือแม้กระทั้งระดับรัฐ หรือระดับองค์การนานาชาติ บางครั้งก็เกิดขึ้นโดยการกระทำของคณะผู้ปกครองท้องถิ่นที่นิยมคอรัปชั่น อาศัยการทาบทามประเทศร่ำรวยอย่างเป็นระบบคล้ายคลึงกันน่าจเป็นไปได้ที่จะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลของประเทศที่ยากจนกว่าให้เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ แนวทางที่พึงประสงค์มากที่สุด น่าจะส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศทั้งหลาย ส่งเสริมให้มีการสื่อข่าวสารอย่างอิสระตื่นตัว และการฟื้นฟูระบบข้าราชการ แผนการพิเศษต่างๆ ขององค์การนานาชาติที่น่าจะประยุกต์ใช้พัฒนาไปทีละประเทศ คงจะส่งผลดีในเรื่องนี้

พระศาสนจักรท้องถิ่นต่างๆ มีภาระหนักในการฝึกอบรมพลเมืองให้มีมโนธรรม ใช้
สติปัญญา และสอนพลเมืองให้รู้จักประชาธิปไตยที่แท้จริง สภาพระสังฆราชของหลายๆ
ประเทศได้มีส่วนช่วยปราบคอรัปชั่น และกระทำเพื่อสังคมชุมชนที่มีกฎหมายการปกครองของตนพระศาสนจักรท้องถิ่นต่างๆ ควรร่วมมือกันกับองค์การนานาชาติอย่างทรงคุณค่าในการปราบคอรัปชั่น

โดย พระคาร์ดินัล เรนาโต ราฟาแอล มาร์ติโน่
ประธาน
พระสังฆราช เจียมเปาโล เครปัลดี
เลขานุการ
ให้ไว้ ณ กรุงวาติกัน วันที่ 21 กันยายน ค.ศ.2006
วันฉลองนักบุญมัทธิว อัครสาวกและผู้นิพนธ์พระวรสาร__
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Valid XHTML 1.0! Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
DSM: deruni
Valid CSS!