ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเตรียมตัวเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียนใน 4 ปีข้างหน้า  (อ่าน 12602 ครั้ง)
joyful
Full Member
***
กระทู้: 172


« เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2011, 08:19:55 AM »

เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรเวลาที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียนใน 4 ปีข้างหน้า
บันทึกการเข้า
deundee
Full Member
***
กระทู้: 181


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2011, 04:18:38 PM »


1.มองรอบด้านที่เน้น "เศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แนวทางการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ ๑๑ จะนำไปสู่การกำหนดแผนกลยุทธ์ หรือแผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของประเทศไทย ทั้งในส่วนของประโยชน์ที่จะได้รับจากประชาคมอาเซียน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากประชาคมอาเซียน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนบังเกิดผลในทางปฏิบัติ
นับเป็นความโชคดีของประเทศไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานคำสอนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นปรัชญาที่ยึดหลักทางสายกลาง ที่ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติของประชาชนในทุกระดับให้ดำเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียง และมีความพร้อมที่จะจัดการต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะต้องอาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน ทั้งนี้ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นการดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อให้สามารถอยู่ได้แม้ในโลกโลกาภิวัตน์ที่มีการแข่งขันสู
บันทึกการเข้า
deundee
Full Member
***
กระทู้: 181


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2011, 04:22:28 PM »




รมว.ศธ. กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน มีศักยภาพในการเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง ภายใต้ยุทธศาสตร์วิสัยทัศน์เดียว เอกลักษณ์เดียว และประชาคมเดียว เพื่อความเจริญมั่นคงของประชากร ทรัพยากร และเศรษฐกิจ

ภายใต้การก่อตั้งนี้จะต้องยึดหลักสำคัญ คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงของอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมของอาเซียน การศึกษานั้นจัดอยู่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาคมด้านอื่นๆมีความเข้มแข็ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกๆ ด้าน

สำหรับการเตรียมความพร้อมของการศึกษาไทยนั้น ศธ.มีจุดมุ่งหมาย ดังนี้

๑. การสร้างประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ให้ประเทศไทยเป็น Education Hub มีการเตรียมความพร้อมในด้านกรอบความคิด คือ แผนการศึกษาแห่งชาติ ที่จะมุ่งสร้างความตระหนักรู้ของคนไทยในการจัดการศึกษาเพื่อสร้างคนไทยให้เป็นคนของประชาคมอาเซียน พัฒนาสมรรถนะให้พร้อมจะอยู่ร่วมกันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษา โดยให้มีการร่วมมือกันใน ๓ ด้านคือ ด้านพัฒนาคุณภาพการศึกษา การขยายโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริการและจัดการศึกษา

๒. ขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ หลักสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่างกันในประชาคมอาเซียน มีการเพิ่มครูที่จบการศึกษาด้านภาษาอังกฤษเข้าไปในทุกระดับชั้นการศึกษา เพื่อให้นักเรียนไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับภาคเอกชนในการรับอาสาสมัครเข้ามาสอนภาษาต่างประเทศ รวมถึงวัฒนธรรมของประเทศต่างๆเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจกันของประเทศในประชาคม

ส่วนด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษานั้น จะพัฒนาตามหลัก 3N ได้แก่ Ned Net โครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ NEIS ศูนย์กลางรวบรวม จัดเก็บ และเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา NLC ศูนย์เรียนรู้แห่งชาติ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดเวลา มีการพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ความเอื้ออาทร โดยใช้การศึกษาเป็นกลไกในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ นักศึกษาที่จบจากอาชีวศึกษาจะต้องเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ มีทักษะการทำงานร่วมกันในประชาคมอาเซียน

นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาเซียนศึกษา เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้จะดำเนินงานภายใต้นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ ๖ เดือน ๖ คุณภาพของ ศธ. เพื่อพัฒนาไปสู่ประชาคมอาเซียนและสากลต่อไป.

ภาณุ วงษ์ถาวรเรือง
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน
 







สภาที่ปรึกษาฯ เดินเครื่อง
เปิดเวทีภาคอีสาน เร่งระดมความเห็นเรื่อง AC
วันนี้ (11มิ.ย. 54) สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดสัมมนาระดมความคิดเห็น 4 ภูมิภาค เรื่อง “การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AC) ด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีนายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับ นางภรณี ลีนุตพงษ์ รองประธานสภาที่ปรึกษาฯ กล่าวรายงาน และฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี กล่าวเปิดการสัมมนา
ฯพณฯ นายอำพลฯ กล่าวเปิดในประเด็นการสัมมนาว่า ประชาคมอาเซียนประกอบด้วยสามเสาหลัก คือ 1) การเมืองความมั่นคง 2) สังคมและวัฒนธรรม 3) เศรษฐกิจ ซึ่งการจัดตั้งประชาคมอาเซียนนั้นมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถของประเทศอาเซียนสู่ระดับโลก ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งผลกระทบในภูมิภาคอาเซียน ยกตัวอย่างเช่น ภาวะโลกร้อน การก่อการร้าย แต่ขณะเดียวกันก็จะทำให้สามารถเคลื่อนย้ายฐานการผลิตได้อย่างเสรี ลดกำแพงภาษีระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทในประเทศสมาชิกได้อย่างสันติ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้นมีผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อประเทศไทย เนื่องจากประเทศอาเซียนจะมีความเกี่ยวข้องกับสังคมในเกือบทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน สาธารณสุข ตนเองนั้นมีความห่วงใยต่อภาคการเกษตรซึ่งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศไทย ที่อาจได้รับผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบเช่นเดียวกัน ประการแรกในด้านบวก ประเทศไทยสามารถขยายตลาดการส่งออกสินค้าการเกษตรได้ เนื่องจากกำแพงภาษีลดลง ประการที่สองในด้านลบ ภาคการเกษตรอาจต้องเผชิญกับสินค้าราถูก และต้องแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นจึงต้องมีการบูรณาการระหว่างองค์กรภาครัฐ เอกชน ประชาชน สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย นักวิชาการ รวมถึงสื่อมวลชน เพราะเป็นกลไกสำคัญในการนำประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 ภายใต้การน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกโอกาส ตั้งแต่ระดับครอบครัว สังคม ตลอดจนประเทศและระหว่างประเทศ และต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของประชาชน ให้สำนึกในคุณธรรม มีความอดทน มีความเพียร มีสติปัญญาและความรอบคอบ
หลังจากนั้นเป็นการอภิปรายเรื่อง “การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AC) ด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยวิทยากร ศาสตราจารย์ ดร.ณัฎฐพงศ์ ทองภักดี ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ อภิปรายในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับ
โลกาภิวัตน์” นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อภิปรายในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” นางอังคณา พุทธศรี สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อภิปรายในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AC) ด้านการเกษตร” นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภาภาควิชาการ อภิปรายในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่การเข้าร่วมประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC)” และนางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อภิปรายในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่การเข้าร่วมประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC) ด้านการศึกษา”
++++
1.การปรับแผนอภิบาล 2010-2015  เพราะประชาคมอาเซียนเริ่ม 2015สอดคล้องกับหน่วยงานทางราชการ เช่น การศึกษา วัฒนธรรม
2.จัดสัมนาระดับสภาพระสังฆราชและระดับสังฆมณฑล
3.จัดอบรมภาษาอังกฤษให้บุคลากร เพื่อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ



บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Valid XHTML 1.0! Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
DSM: deruni
Valid CSS!