สัมมนาครูคำสอนระดับประเทศ

(1/1)

joyful:
สัมมนาบุคลากรแผนกคริสตศาสนธรรม 10 สังฆมณฑล โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์คริสตศาสนธรรมต่างๆ อีก 9 สังฆมณฑล   รวม 40 ท่าน ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้จัดที่สังฆมณฑลเชียงใหม่  ในวันที่ 7-11 กุมภาพันธ์ 2554
ช่วงบ่ายไปเยี่ยมชมโรงเรียนเจ้าฟ้าอุบลรัตน์และมูลนิธิมิตราทร ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ เซอร์คณะเซนต์ปอล และในตอนค่ำมีการแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้ใช้ชีวิตและร่วมกิจกรรมในช่วงสัมมนาที่ผ่านมา ซึ่งทุกท่านต่างก็    รู้สึกประทับใจกับการทำงานของครูคำสอนในสังฆมณฑลเชียงใหม่ที่มีจิตตารมณ์ในการทำงาน มีความรักในงานที่ทำ จึงสามารถทุ่มเท ทำงานหนักอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย

อยากทราบว่า เจ้าหน้าที่ได้ข้อคิดอะไรบ้างจากการสัมมนาครั้งนี้

deundee:
จากหนังสืออนุสรณ์30 ปีศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ มีคำขวัญที่หน้าปก “ศิษย์พระคริสต์แห่งการเป็นเกลือดองแผ่นดิน (มธ 5.13) และผู้สืบทอดเจตนารมณ์คุณค่าศาสนาและวัฒนธรรมชุมชน ค.ศ. 1980-2010)
   เริ่มต้นจากมื่อดูหนังสืออนุสรณ์ 30 ปี ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ มีคำขวัญว่า "ศิษย์พระคริสต์แห่งการเป็นเกลือดองแผ่นดิน (มธ 5.13) และผู้สืบทอดเจตนารมณ์คุณค่าศาสนาและวัฒนธรรมชุมชน ค.ศ. 1980-2010 แล้ว  การดำเนินงานของสังฆมณฑลก็เป็นไปตามนี้จริงๆ เริ่มจากแม่ปอน ค.ศ. 1951 พระสงฆ์ คณะเบธาราม เข้าไปแพร่ธรรมในชุมชนปกาเกอะญอ ต่อมาพระสังฆราชหลายองค์สืบทอดเจตนารมณ์ มีการผลิตครูคำสอน 16 รุ่น พระสังฆราชสังวาลย์ ศุระศรางค์ ได้เชิญคุณพ่อคณะซาเลเซียนมาเหป็นผู้อำนวยการศูนย์คำสอน มือโปรด้านนี้ (ที่อิตาลี มีศูนย์ด้านคำสอนที่มีประสิทธิภาพ  ปัจจุบันนี้ พระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ได้ปรับปรุงสถานที่ วิชาการ คณาจารย์ และเว็บไซท์
         ถามว่า มีคนที่ต้องการกลับใจเป็นคริสตชนมาก เกือบหมื่นคน แต่ยังผลิตครูคำสอนไม่พอ แล้วยังมีปัญหารุมเร้าจากสภาพสังคม เศรษฐกิจอีก 
           เจ้าหน้ัาที่ของศูนย์คำสอนกรุงเทพฯ นอกจากประทับใจว่า ครูคำสอนที่นั่นทำงานทุกอย่าง แม้กระทั่งการอาบน้ำศพ ไหนจะต้องเดินขึ้นเขา ลงห้วย แม้แต่พระคุณเจ้าวีระที่กลับมาเยี่ยมเจ้าหน้าที่ศูนย์คำสอนกรุงเทพฯเวลามาประชุมที่กรุงเทพฯ ในฐานะอดีตหัวหน้าแผนกคำสอน ก็ดูผอมลงเพราะงานหนัก
             สิ่งที่ประทับใจประการที่สองคือ ชีวิตของนักเรียนที่โรงเรียนเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ ที่ทางพระศาสนจักรของเรา โดยคณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร ได้บริหารโรงเรียน ที่มาคือ ในปีที่เชียงใหม่บูมว่า พ่อแม่ขายลูกสาว ป. 6 ให้พวกหาเหยื่อในขบวนการค้ากาม พ่อแม่ได้รับเงินมาแล้ว ทางราชการคิดช่วยเด็กพวกนี้ ด้วยการหาโรงเรียนรองรับให้เขาได้เรียนต่อ ม.1 ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่นักเรียนต้องจบการศึกษาอย่างน้อย ม. 3 (15 ปีจึงจะเข้าสู่ตลาดแรงงานได้) แล้วต้องหาเงินไปคืนพ่อค้าค้ากาม แล้ว คณะเซนต์ปอลซึ่งมีคติพจน์ว่า "รับทำงานที่คนอื่นไม่ทำแล้ว" เพราะเด็กเหล่านี้ ปีละ 100 คนต้องมาเป็นนักเรียนประจำทุกคน เพื่อไม่ให้พ่อค้า แม่ค้า (รวมทั้งพ่อแม่ป มาหลอกไปขายตัวอีก นี่เป็นทั้งเด็กพื้นราบและเด็กชาวไทยภูเขานะ คณะนี้จึงต้องรับเงินบริจาคจากโรงเรียนในกรุงเทพฯ เรียกว่า "เงินทำบุญวันศุกร์ ที่เหลือจากค่าขนมตลอดสัปดาห์" พระก็อวยพร ให้ ดร.วีณา เชิญบุญชาติ ได้รับเด็กโรงเรียนนี้ไปทำงานในศูนย์ทรินิตี้ คอมเพลกซ์ที่สาธร นี่เีรียกว่า ช่วยชีวิตพวกเขาจนครบวงจร เด็กหลายคนเรียนต่อจนจบปริญญาตรี เรียกว่าพระศาสนจักรคาทอลิก ช่วยงาน ไถ่บาปสังคมไทย ลดปัญหาของรัฐได้อย่างยั่งยืน แสดงว่ากระทรวงศึกษาธิการเห็นศักยภาพของคณะเซนต์ปอล เดอชาร์ตร ในสมัยของแมร์ มีเรียม กิจเจริญ ที่ช่วยเด็กพวกนี้ โดยไม่คิดจะให้พวกเขาต้องมาเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์ ที่โรงเรียน เซอร์สอนคำสอนเข้ากับบริบทสังคมคือให้เด็กเคารพศักดิ์ศรีของตัวเอง ว่าทำงานด้วยอาชีพสุจริต ไม่ต้องขายตัวแลกเงิน นี่ต้องอบรมไปถึงครอบครัวที่ยากจน แต่"จมไม่ลง"ด้วย เพราะบางครั้ง พ่อแม่ก็พยายามใส่หัวลูกว่า "ต้องหาเงินมาสร้างบ้านให้ใหญ่โตทัดเที่ยมเพื่อนบ้าน" ขอให้บริษัท องค์กรช่วยแจ้งความจำนงไปขอเด็กจากโรงเรียนเจ้าฟ้าฯ มาทำงานให้ก็จะดี เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละปีสูงมาก เด็ก 300 คนเรียนฟรีหมด (เท่าที่ทราบ)ติดต่อโรงเรยนเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ เชียงดาว  167 ม.8 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 50170 โทร 0-5345-5495 โทรสาร 0-5338-8439

ข้อประทับใจประการที่ 3 เรื่องเด็กติดเชื้อ เอช ไอ วี ที่บ้านมิตราทร ครูคำสอนกรุงเทพฯประทับใจเพราะโรงเรียนททั่วไปไม่รับเด็กพวกนี้ไปเรียน ได้ข้อคิดว่า เซอร์โรซาผู้ดูแลเด็กต้องสร้างทัศนคติว่าไม่ให้รังเกียจพวกเขา เพราะพวกเขาก็อายุสั้นอยู่แล้ว และเป็นการทำลายศักดิ์ศรี "ความเป็นลูกของพระ" ด้วย
หลังที่ครูคำสอนที่ไปดูงานแบ่งปันให้เพื่อนที่ไม่ได้ไป หัวหน้าแผนกคำสอนก็ให้ข้อคิดว่า "เราดูคนรอบข้างว่าใครมีสภาพเหมือนคนติดเชื้อเอชไอวี แ้ล้วควรช่วยเขา นอกจากนี้ ทางโมบาย ทีมอาจจะไปช่วยที่ทำกิจกรรมสร้างสุขให้นักโทษ  บ้านสงเคราะห์เด็กกำพร้า เ็ด็กในชุมชนแออัด ซึ่งเป็นการประกาศพระวรสารอย่างหนึ่้ง"
[/size]

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ