หัวข้อ

ยอมสละทุกสิ่งเพื่อพระอาณาจักรสวรรค์

พระคัมภีร์

อาณาจักรสวรรค์ยังเปรียบได้อีกกับพ่อค้าที่แสวงหาไข่มุกเม็ดงาม เมื่อได้พบไข่มุกที่มีค่าสูง เขาจะไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อไข่มุกเม็ดนั้น (มธ 13:45-46)

อุปกรณ์

ไข่มุก 1 เส้น ถุง 1 ใบ ลูกเทนนิสหุ้มกระดาษเงิน ใส่ลูกเทนนิสไว้ในถุง

เนื้อหา :

 

(อ่านข้อความจากพระคัมภีร์) ที่ครูอ่านให้ฟังนี้เป็นนิทานสั้นๆ เราสามารถเพิ่มรายละเอียดได้ และใช้นิทานเรื่องนี้มาแสดงเป็นละคร

 

ครูต้องการอาสาสมัครแสดงเป็นพ่อค้า 1 คน พ่อค้าคนนี้คงมีครอบครัว ใครจะสมัครแสดงเป็นภรรยาและลูกของเขา คิดว่าน่าจะมีสัตว์เลี้ยงด้วย เขาคงมีอูฐ 2 ตัว ใครจะสมัครเป็นอูฐ เขาต้องมีบ้านใครแสดงเป็นบ้าน (ครูพยายามให้เด็กทุกๆ คนมีบทบาทในการแสดง)

 

ครูคิดว่าเราพร้อมที่จะแสดงแล้ว เมื่อได้ยินบทบาทของใครขอให้ผู้ที่รับบทเป็นบุคคลนั้นแสดงตามด้วย

 

          นานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งชื่อ จาคอบ เขาเป็นพ่อค้าขายไข่มุก (ครูชี้ไปที่เด็กที่แสดงเป็นพ่อค้าให้เขาถือสร้อยไข่มุกไว้ในมือ)
จาคอบมีชีวิตอย่างสุขสบายกับการค้าไข่มุก เขามีภรรยาชื่อ ราเชล และมีบุตรชายเล็กๆ ชื่อ โยนาห์ อาศัยอยู่ในบ้านที่สวยงามใหญ่โต (ชี้ไปที่เด็กที่แสดงเป็นบุคคลต่างๆ ผู้ที่แสดงเป็นบ้าน ให้ทำมือเป็นลักษณะจั่วบ้าน) ทุกๆ วันจาคอบจะนำไข่มุกบรรทุกไปบนหลังลา เพื่อนำไปขายที่ตลาด (ครูหยุดให้เด็กได้แสดงท่าทางประกอบและให้เวลาเดินทางไปที่ตลาด)
         ทุกๆ คนที่ตลาดชอบไข่มุกของจาคอบมาก มีคนมาจากที่ไกลๆ เพราะได้ยินถึงกิติศัพท์ และคำเล่าขานเกี่ยวกับไข่มุกของเขา ทุกคนที่เห็นไข่มุกของจาคอบต่างก็ร้องชม “โอ้โฮ! สวยจัง” “อู้ฮู! งามจริง”  (ผู้แสดงเป็นจาคอบ ยกสร้อยไข่มุกชูให้ผู้ชมได้เห็น และผู้เล่าหยุดเล่าสักครู่ เพื่อให้ผู้ที่มาชมไข่มุกได้มีโอกาสพูด “โอ้โฮ! สวยจัง” “อู้ฮู! งามจริงๆ” หรือคำกล่าวอย่างอื่น)
         จาคอบเชื่อว่ามีบุคคลผู้หนึ่งที่อยู่ที่ใดสักแห่งมีไข่มุกเม็ดงามที่ใหญ่กว่า และสวยกว่าที่เขามี เขาคิดว่าถ้าเพียงแค่ได้เห็นไข่มุกเม็ดงามแล้วเขาจะมีความสุขไปตลอด ทุกขณะที่เขาซื้อและขายไข่มุก เขาก็จะพยายามมองหาไข่มุกเม็ดงามนั้น ทุกครั้งที่มองเขาจะกล่าวว่า “มันไม่ใช่เม็ดนี้”
         และแล้ววันหนึ่งเขาได้พบไข่มุกงามเม็ดนั้น (ให้จาคอบแบกถุงลูกเทนนิสหุ้มกระดาษเงินออกมา) จาคอบวิ่งกลับไปบ้านพร้อมกับถุงใส่ไข่มุกงามเม็ดนั้น (หยุดสักครู่ให้เวลาจาคอบวิ่งกลับไปบ้าน)
         “ราเชล ราเชล” จาคอบตะโกนเรียกภรรยา “ฉันพบแล้ว ฉันพบแล้ว เราจะมีความสุขกันตลอดไปแล้ว ดูสิ ดูสิ” (จาคอบเอาลูกเทนนิสออกมาจากถุง)
         ทุกคนในครอบครัวของจาคอบต่างก็เข้ามาแตะต้องสัมผัส ลูบคลำไข่มุก และกล่าวชม   (ให้เวลาสมาชิกในครอบครัวของจาคอบได้ชื่นชมไข่มุกเม็ดงาม) แล้วจาคอบจึงกล่าวว่า “ดีแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ดีกว่าคือ มาช่วยกันเก็บของ”
         “เก็บของ” ราเชลและโยนาห์ถามพร้อมกัน (ให้ราเชลและโยนาห์ทำท่างง)
         ดูสิ เห็นไหมว่ากว่าจะซื้อไข่มุกเม็ดงามนี้มาได้ ฉันได้ขายทุกสิ่งที่เรามี เจ้าของบ้านคนใหม่ของเราจะมาอยู่พรุ่งนี้เช้า อูฐก็จะต้องขายไป (ให้มีคนจูงเด็กที่แสดงเป็นอูฐออกไป) เสื้อผ้าที่สวยงามต่างๆ ของเราก็ขายไปแล้ว ต่อจากนี้เราก็คงต้องกินแต่ถั่ว แต่มันเป็นไข่มุกที่สวยงามมากมิใช่หรือ?”

 

พวกเธอคิดว่าราเชล และโยนาห์จะทำอย่างไร? (ให้เด็กๆ ช่วยกันตอบ)

 

ฉันคิดว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นกับไข่มุกเม็ดงามในขณะที่กำลังเก็บของลงกระเป๋า

 

นิทานเรื่องนี้สนุกหรือไม่? ให้เราช่วยกันปรบมือให้กับผู้แสดงของเรา

 

พระเยซูเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้ให้เราฟัง เพื่อให้รู้ว่าชีวิตของเรากับพระเจ้านั้นมีค่ามาก มีค่ามากพอที่เราควรจะขายทุกๆ สิ่งเพื่อรักษาสิ่งนี้ไว้ แต่พระเจ้าไม่ทรงปรารถนาให้เราขายทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงแต่ขอให้เราจำไว้ว่าความรักของพระเจ้านั้นมีค่ามากมายมหาศาลเพียงใด  พระองค์ทรงมอบชีวิตของพระองค์เพื่อเรา เพราะทรงรักเรา เราจึงควรรู้คุณในความรักนี้ ไข่มุกที่มีราคาแพงมาก